ความเดิมจากประมาณเดือนที่แล้ว...
ตอนที่แปลนิยายของมาริมิเตะไปนิดนึงเพื่อเป็นของขวัญรับปริญญาของนุช
แปลเสร็จ(ไปแค่ส่วนเดียว)ก็นึกในใจว่า ตรูจะมีปัญญาแปลต่อไหมเนี่ย...
แต่แล้วก็...
ทำไปจนได้...
orz...
マリア様がみてる~The Virgin's Mary is Watching You~
Episode 1:วันจันทร์ที่ใจสั่นไหว
Part 2
เอ๋ เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเหรอเนี่ย
คาซึระซังซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินเรื่องที่ยูมิเล่า
เห็นเดินหน้าซึมเข้ามา ฉันนึกว่าเจอพวกโรคจิตบนรถไฟซะอีก
ให้เจอพวกโรคจิตอาจจะดีกว่าก็ได้นะ
ทำไมล่ะ
จะได้ไม่ต้องหันหลังไปไง
ยูมิซังเนี่ยคงไม่เคยเจอพวกโรคจิตสินะ
ฉันขึ้นรถเมล์มาโรงเรียนตลอดน่ะ
นักเรียนโรงเรียนลิเลียนส่วนใหญ่นั้นใช้รถเมล์จากหน้าประตูทิศเหนือของสถานี M เพื่อมาโรงเรียน ทั้งยูมิและคาซึระก็มาโรงเรียนโดยวิธีนี้เช่นกัน แต่ ต่างกันตรงที่คาซึระซังต้องเบียดเสียดขึ้นรถไฟเพื่อมาสถานี M ขณะที่ยูมินั้นนั่งรลเมล์มาลงตรงประตูทิศใต้ของสถานี M ซึ่งถือว่าเป็นทางมาโรงเรียนที่ค่อนข้างสบาย (กับสาหัสสากัน)
แต่ได้ยินว่าตอนนี้มีตู้รถไฟลิเลียนแล้วนี่นา
ถึงจะบอกว่ามีแล้วก็เถอะ เพราะสมาชิกของยามายูริไคออกมาเชิญชวนให้ขึ้น เด็กลิเลียนก็พร้อมใจมากันจนแน่นชนิดต้องหนีไปขึ้นตู้ที่สองจากด้านหลังเลยนะ แต่พอวันที่ออกแต่เช้าเพราะเป็นเวรหรือมีชมรมล่ะก็คนจะน้อยมาก แบบนี้ก็ไม่มีความหมายอยู่ดีนั่นแหละ
ถึงกระนั้น พอนักเรียนหญิงโรงเรียนอื่นซึ่งไม่ใช่โรงเรียนลิเลียนได้ยินข่าวนี้เข้าก็หันมาขึ้นรถไฟตู้นั้นกันมากขึ้น คงถือได้ว่ามาตรการตอบโต้พวกโรคจิตประสบความสำเร็จพอสมควร แม้จะไม่ถึงขั้นห้ามผู้ชายขึ้นแต่คงไม่มีใครใจกล้าพอที่จะขึ้นตู้รถไฟที่มีแต่เด็กสาวอยู่ดี และย่อมไม่มีทางได้แสดงพฤติกรรมน่าสงสัยด้วย
เครื่องแบบของโรงเรียนลิเลียนนั้นเป็นชุดสีดำเจือเขียวไร้ความมันวาว ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็แลดูสง่างาม ปกคอเสื้อสีงาช้างซึ่งมีเส้นสีดำหนึ่งเส้นพาดยาวใช้ผูกเป็นคอซอง ปัจจุบันเป็นชุดวันพีช กระโปรงเอวต่ำจีบรอบยาวคลุมเข่า เข้าคู่กับถุงเท้านักเรียนสีขาวพับสามทบและรองเท้าหนังทรงบัลเลต์อย่างเป็นธรรมชาติ จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชื่นชอบในเครื่องแบบและบุคคลทั่วไป
ทั้งที่ความจริงชุดเซลเลอร์มักจะตกเป็นเป้าสายตาได้โดยง่าย แต่เครื่องแบบนี้กลับเป็นเหมือนสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นคุณหนูในสายตาผู้คนไปเรียบร้อยแล้ว
ถ้ารถไฟแน่นล่ะก็ ฉันจะเช็คตรงสถานีรถไฟทุกครั้งเลยว่าแต่งตัวเรียบร้อยรึเปล่า
คาซึระซังพูดพลางทำทางยืนส่องกระจกที่สถานีรถไฟ จัดผมหน้าและผูกแก้คอซองให้ยูมิดู แล้วบอกว่าประมาณนี้น่ะ
งั้นเหรอ ไม่น่าประมาทเลยเรา
พอเห็นยูมิโน้มตัวลงราบกับโต๊ะ คาซึระซังก็ลูบหัวปลอบใจ
แต่ ฉันไม่คิดว่าจะมีคนที่สามารถนั่งรถไฟไปกลับโรงเรียนในสภาพเรียบร้อยได้หรอกนะ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าใส่ใจไปเลย
ใส่ใจสิ
ถ้าเธอลืม ๆ ไปซะ ก็ไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่เหรอ
ทำไมล่ะ
ก็ฝ่ายนั้นเป็นถึงคนดังของโรงเรียนลิเลียนเชียวนะ คนดังเขาจำชาวบ้านไม่ได้ทุกคนหรอก
คนดังกับชาวบ้านงั้นหรือ
ถึงจะเป็นความจริงก็เถอะ ไม่สิ เพราะเป็นความจริงถึงได้รู้สึกว่าทิ่มแทงใจเสียจนคำปลอบของคาซึระซังเยียวยาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
ชื่อ คาซึระ ที่ยูมิเรียกนั้นเป็นชื่อจริงไม่ใช่นามสกุล โรงเรียนลิเลียนนั้นมีธรรมเนียมต้องเติมคำว่า ซัง(คุณ) ต่อท้ายเวลาเรียกคนชั้นปีเดียวกันหรือชั้นปีล่างกว่า ส่วนชั้นปีสูงกว่าจะเป็น ซามะ(ท่าน) จึงแทบจะไม่มีการเรียกชื่อเล่นเลย
ถูกเรียกตัวแบบนี้จะตื่นเต้นไปบ้างก็ช่วยไม่ได้เนอะ เด็กปีหนึ่งห้องเราที่ถูกสมาชิกของ ยามายูริไค ทักแล้วยังเฉยอยู่ได้ก็มีแต่เธอคนนั้นเท่านั้นแหละ
คาซึระซังพูดพลางเหลือบมองไปทางด้านหลัง ยูมิจึงมองตาม ประจวบเหมาะกับจังหวะที่ โทโด ชิมาโกะซัง เดินเข้ามาในห้องเรียนพอดี
อรุนสวัสดิ์ คาซึระซัง อรุณสวัสดิ์ ยูมิซัง
ชิมาโกะซังทักทายทั้งสองคนก่อนจะเดินต่อไปยังที่นั่งของตัวเองอย่างสง่างาม
อะ...อรุณสวัสดิ์
ยูมิกับคาซึระซังมองหน้ากันเหมือนอยากพูดว่า แล้วทำไมเราต้องเขินด้วยนะ
ทั้งที่เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกันกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแตกต่างกัน ถึงชิมาโกะซังจะไม่เหมือนซาจิโกะซามะเลย แต่จัดได้ว่าเป็นคนสวยมากทีเดียว ยิ่งคิดว่าต่อให้เป็นนักเรียนปีสองแล้ว แต่ความน่าจะเป็นที่พวกเธอจะสวยเหมือนซาจิโกะซามะขึ้นมาบ้างนั้นแทบไม่มีเลย ยิ่งทำให้พอเห็นชิมาโกะซังทีไรก็พาลเศร้าใจไปเสียทุกครั้งว่า คนสวยนี่คงสวยกันมาตั้งแต่เกิดสินะ
ได้ยินเรื่องนั้นรึเปล่า ?
เพราะคาซึระซังกระซิบมายูมิจึงพลอยพูดเสียงเบาไปด้วย
ที่ว่าชิมาโกะซังข้ามรุ่นพี่ปีสองขึ้นเป็น Rosa Gigantea en Bouton(ดอกตูมแห่งเถากุหลาบขาว) ใช่ไหม ?
เรื่องที่ชิมาโกะซังซึ่งเป็นเพียงเด็กปีหนึ่งทำสัญญาเป็นพี่น้องกับ Rosa Gigantea นั้นดังมากทีเดียว
ไม่ใช่เรื่องนั้น
ไม่ใช่เหรอ ?
คาซึระซังที่เพิ่งได้ข่าวล่ามายกนิ้วขึ้นป้องปากแล้วพูดว่า ฉันได้ยินมาจากคุณพี่ล่ะ...
เซอร์ ของเธอนั้นเป็นรุ่นพี่ในชมรมเทนนิส และดูเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องของซาจิโกะซามะด้วย
ไม่ใช่แค่ Rosa Gigantea หรอก เค้าว่ากันว่าชิมาโกะซังเคยถูกซาจิโกะซามะขอเป็นพี่สาวด้วยล่ะ
เอ๋ !!
ยูมิซัง เสียงดังเกินไปแล้ว
ภาพทั้งสองคนค้อมหลังลงโต๊ะซึ่งคั่นอยู่ตรงกลางคงพูดได้ยากว่าเป็นกิริยาของสุภาพสตรี แต่คนที่อยู่รอบข้างคงไม่มีใครสังเกตเห็น ไม่ว่าจะยุคไหนผู้หญิงก็ยังคงชอบข่าวลือของคนอื่นอยู่ดี พระแม่มาเรียโปรดยกโทษให้ลูกด้วยเถิด
โรงเรียนสตรีลิเลียนฝั่งมัธยมปลายนั้นมีระบบพี่น้องที่เรียกกันว่า เซอร์ (Soeur) ซึ่งเกิดขึ้นมาเนื่องจากทางโรงเรียนเคารพในความเป็นอิสระของนักเรียน แม้ว่าการใช้ชีวิตในโรงเรียนตามการศึกษาภาคบังคับนั้นจะอยู่ภายใต้ความดูแลของซิสเตอร์และอาจารย์ แต่ในยามที่นักเรียนต้องดำเนินชีวิตตามกฏระเบียบ หรือต้องรับผิดชอบงานด้วยตัวเองแล้ว จะกลายเป็นระบบรุ่นพี่คอยชี้แนะรุ่นน้องเหมือนพี่สอนน้อง นับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบนี้ ถึงไม่ต้องมีกฏระเบียบเข้มงวดนัก การดำเนินชีวิตในโรงเรียนอย่างบริสุทธ์และถูกต้องตามแบบฉบับลิเลียนก็ยังคงสามารถสืบทอดต่อกันมารุ่นสู่รุ่นได้
คำว่า เซอร์ นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศสซึ่งแปลว่า พี่น้อง ที่เลี่ยงการใช้ภาษาอังกฤษก็เพื่อไม่ให้สับสนกับคำว่า 'ซิสเตอร์ นั่นเอง ในช่วงแรกนั้นจะเรียกรุ่นพี่รุ่นน้องว่า เซอร์ ในความหมายกว้าง ๆ จนถึงช่วงหนึ่งที่ได้กลายเป็นคำแสดงความผูกพันธ์ระหว่างคนสองคนไป ส่วนพิธีรับมอบ โรซารี่ อันเป็นสัญลักษณ์ของการทำสัญญาเป็นพี่น้องนั้นเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ไม่ทราบแน่ชัด
เท่าที่ฉันได้ยินมานะ เค้าว่าซาจิโกะซามะมาก่อนแท้ ๆ แต่ Rosa Gigantea กลับชิงตัดหน้าไป
น้ำเสียงตอนพูดของคาซึระซังออกอารมณ์ตื่นเต้น
เพราะกุหลาบขาวดีกว่ากุหลาบแดงรึเปล่า
ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เฮ้อ...ยูมิซังเนี่ยหลุดประเด็นไปหน่อยแล้ว ฟังนะ ? แบบนี้เท่ากับว่าชิมาโกะซังเหยียบเรือสองแคมกุหลาบสองเถาน่ะสิ
เหยียบเรือสองแคมเหรอ ฟังดูไม่ดียังไงก็ไม่รู้
แต่ว่า ซาจิโกะซามะถูกทิ้งเป็นความจริงใช่ไหมล่ะ
อืม
ยูมิได้แต่คิดในใจว่า ชิมาโกะซังทำเรื่องน่าเสียดายลงไปซะแล้ว
อย่าแค่ อืม สิ ไม่คิดว่าใจร้ายไปหน่อยเหรอ
ทำไมล่ะ ? ในเมื่อมีคุณพี่สองคนไม่ได้ยังไงก็ต้องเลือกคนใดคนหนึ่งอยู่แล้วนี่นา
แต่เลือกคนที่มาทีหลังเนี่ยนะ
มาเร็วกว่าไม่ได้หมายความว่าจะชนะนี่
มาเร็วกว่าก็ต้องชนะสิ !
คาซึระซังเกร็งบ่าพร้อมยื่นคำขาด จะว่าไป ได้ยินมาว่าเธอทำพิธีเป็นพี่น้องไปในวันที่เข้าชมรมเทนนิสนั้นเลย
แล้ว Rosa Foetida ล่ะ ?
เถากุหลาบเหลืองน่ะ อยู่อย่างสงบสุขทั้งปีหนึ่ง ปีสอง และปีสามแล้วไม่ใช่เหรอ
นั่นสินะ
ที่จริงสำหรับยูมิแล้ว เธอตกใจเรื่อง Rosa Gigantea และ Rosa Chinensis en Bouton ยังไม่มี เซอร์ มาจนถึงป่านนี้มากกว่าที่ทั้งคู่ต่างหมายปองชิมาโกะซังเสียอีก
ถึงยังไงความจริงที่ว่าไม่รับคำขอของซาจิโกะซามะก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก
คาซึระซังพูดเช่นนั้นขณะมองนาฬิกา
ระฆังมิสซาดังขึ้น ตามด้วยบทเพลงสรรญเสริญพระเจ้าซึ่งกระจายเสียงภายในโรงเรียน นอกจากการทำมิสซาที่โบสถ์อาทิตย์ละครั้งแล้ว นักเรียนโรงเรียนลิเลียนต้องสวดภาวนาตอนเช้าในห้องเรียนด้วย
เริ่มต้นด้วยการขับร้องเพลงสรรเสริญ แล้วคุณแม่อธิการจะให้โอวาท ตามด้วยสวดขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าชำระจิตใจให้บริสุทธิ์
วันนี้ก็ขอให้ลูก เดินไปในหนทางที่ถูกต้องด้วยเถิด
ทว่า ขณะมือกุมประสาน ยูมิกลับมีลางสังหรณ์อย่างประหลาดว่าเธอกำลังจะเดินออกจากชีวิตสงบสุขที่เป็นอยู่ดังเช่นทุกวัน
orz...อีกที
ตอนนี้ในความคิดของเราแบ่งงานตัวเองออกเป็น
1. งานหลวง (ที่ทำงาน)
2. งานราษฎ์ (แปลการ์ตูน)
3. ตัณหา (ไอ้ที่รู้ ๆ กัน)
แต่ลำดับความสำคัญในตอนนี้เป็นดังนี้
ตัณหา → งานหลวง →งานราษฎ์...
=[]=!!!!
ที่จริงเป็นเพราะ ช่วงนี้ทำแต่งานจนเกิดอาการเซ็งเล็กน้อย เลยหนีจากความจริงมาเปลี่ยนบรรยากาศเล็กน้อย (?!)
แต่เรารู้สึกได้ว่าส่วนที่ 2 นี่ตัวเองแปลได้หยาบกว่าครั้งที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจับผิดได้ว่าตัวเองแปลผิดตรงไหน กับนึกสำนวนขึ้นมาได้จะเข้ามาแก้นะฮะ
それでは、失礼いたします。
edit @ 9 Dec 2007 23:19:17 by BeCh
อยากใส่ชุดนักเรียนแบบในเรื่องมั่งงะ